ข้าน้อยอยู่ ม.3 โรงเรียนสตรีวิทยา แล้วก็ได้ร่วมมือกับเพื่อนๆจัดตั้งชมรมที่มีชื่อว่า "S.O.S." ขึ้นเจ้าค่ะ
ซึ่ง S.O.S. มันย่อมาจาก Show Of Satriwitthaya (เก๋ดีมั๊ยล่ะ ^_^)
โดยชมรมนี่ มูล่าจังก็เป็นประธานชมรมนั่นเอง
แต่ก่อนที่สมาชิกหรือสต๊าฟแต่ละตำแหน่งจะลงตัวกันได้ ก็ต้องฝ่าอุปสรรคมาเยอะเหมือนกันนะ
-----------------------------------------------------
คือว่า นารุ, ท่านพี่วาโนมิยะ, ยัยมิโด้บัน แล้วก็เพื่อนอีกคนที่ชื่อ ออม อยู่ห้องเดียวกัน (ห้อง 5)
แล้วก็ มูล่าจัง, มิโอโกะคุง, และ คุณนายคุจิกิ อยู่อีกห้องนึง (ห้อง 4)
ปล.โรงเรียนนี้ห้อง 4 กับห้อง 5 เป็น Intensive อยู่ 2 ห้องเจ้าค่ะ
แต่ถึงเราจะอยู่คนละห้องกัน แต่พวกเราก็สนิทกันมากๆๆๆๆๆๆๆๆ
-----------------------------------------------------
แรกเริ่มเดิมทีนั้น ก่อนที่จะตั้ง ชมรม นี้ขึ้น มูล่าจังเค้าตั้งเป็น ชุมนุม ก่อน โดยใช้ชื่อว่า ชุมนุม H.O.L.Y.s
(อธิบายเล็กน้อย ชุมนุมกับชมรมจะไม่เหมือนกัน ชุมนุมจะเล็กกว่าชมรมเจ้าค่ะ)
พวกเราก็เป็นเหมือนกับชุมนุมเล็กๆ แล้วไม่นานนัก มูล่าจังเค้าก็มาบอกกับเราว่า
"เนี่ย...มีน้อง ม.2 คนนึงเค้าชวนให้ไปแสดงละครเวที ที่โรงละครภัทรวดี เตียเตอร์ ไปแสดงกันมั๊ย"
อ่า...พวกเราก็ตัดสินใจตกลงไปกัน
น้อง ม.2 คนนี้เนี่ย (ขอไม่เอ่ยชื่อ)ตอนแรกๆ เราเป็นพี่ แต่ก็คิดว่า เออ...เก่งเนอะ อธิบายเป็นขั้นเป็นตอน แล้วก็แบ่งงานกันเส็ดสรรพ อย่างข้าน้อย ก็ให้ไปช่วยหาสปอนเซอร์มา อะไรอย่างเงี้ย
แต่เนื่องจากงานนี้เนี่ย มันเป็นงานใหญ่ จึงต้องปรึกษาผู้ช่วยฝ่ายปกครอง หรือ ผอ.โรงเรียนก่อน
ผู้ช่วยเค้าก็เลยบอกว่าให้จัดตั้งเป็นชมรมเลยดีกว่า แต่ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่แน่ใจ งานละครที่แสดงที่โรงละครภัทรวดี เตียเตอร์ จึงถูกยกเลิกไปเฉยๆ
อาจจะเป็นเพราะต้องใช้งบประมาณค่อนข้างเยอะ แล้วก็จะให้เอาเด็กจากโรงเรียนอื่นมาซ้อมด้วยมันก็ยุ่งยากเกินไป
หลังจากนั้นเราก็จัดตั้งเป็นชมรม S.O.S.ขึ้น โดยเป็นชมรมเกี่ยวกับการแสดงอย่างที่บอกไปแล้ว
พอประกาศชมรมไปเป็นที่เรียบร้อยภารกิจอย่างหนึ่งก็เข้ามาเหมือนกับเป็นงานแรกของชมรมที่ทำก็ว่าได้
ซึ่งนั่นก็คือ งานนิทรรศการของโรงเรียนสตรีวิทยา จัดกัน 2 วัน
แล้วนิทรรศการครั้งนี้ไม่ใช่เล็กๆ แต่เป็นงานที่ 3 ปีจะมีซักครั้งนึง พวกโรงเรียนอื่นๆก็มากันเยอะแยะ
ถึงต้องทุ่มเทกันสุดตัว
พวกเราประชุมกันว่า จะทำคาเฟ่ แต่งชุดเมด เหมือนกับเป็นการคอสเพลย์ไปในตัว โดยแบ่ง แต่งเป็นผู้ชายกับผู้หญิง
-----------------------------------------------------
ชุดผู้ชายอ่ะไม่เท่าไหร่ หาซื้อง่ายเพราะมันแค่เสื้อสีขาวแล้วก็เน็คไท แต่ผู้หญิงนี่สิ...พวกเราก็ตกลงกันว่าจะตัดชุด
แต่สุดท้าย คนที่ตัดชุดก็มีแค่ข้าน้อยกับออม 2 คน (เป็นผู้หญิง)เพราะคนอื่นเค้าบอกว่ามันยุ่งยากแล้วก็แพง ไหนจะค่าตัด ไหนจะค่าผ้า
แต่ข้าน้อยก็ไฟต์จนคนตัด ยอมคิดค่าตัดให้ 500 (เพราะว่าท่านแม่ของข้าน้อยรู้จักหรอกนะ ถึงได้ลดให้)
-----------------------------------------------------
โดยพี่อิ๊ปแซงค์ ม.4 (พี่ที่รู้จักกันตอนงานกีฬาสี) เป็นผู้เรียกหรือนัดประชุม
เวลาประชุม เราก็ประชุมกันตอนเช้าบ้าง ประชุมสายกันตอนกลางคืนบ้าง วางแผนกันเรื่อยมา
จนวันนึง...พี่กรรมการนักเรียนเค้ามาบอกว่า งานนี้ห้ามไม่ให้ขายของ(เวรกรรมแล้วสิ แล้วที่ประชุมวางแผนกันมาทั้งหมดล่ะ TT^TT)
แล้วเหลืออีกประมาณไม่ถึงอาทิตย์จะมีงานแล้วเนี่ยนะ...
เราก็เลยต้องมาวางแผนกันใหม่ตั้งแต่ต้น
น้อง ม.2 คนนี้เค้าก็เลยไปคุยกับ อ.ท่านนึง ที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชุมนุม Drama on State
แล้วตอนนั้น พอดีออมเค้าอยู่ ชุมนุม Drama on State ไม่ได้อยู่ชุมนุม H.O.L.Y.s กับเรา เค้าก็รู้จักอาจารย์คนนี้ด้วย (เรียกว่า อ.มาช่า ก็แล้วกัน)
อ.มาช่า เค้าเป็นอาจารย์ที่กำกับหรือซ้อมการแสดงละครค่อนข้างดีมาก (ถ้าสงสัยว่าเป็นใคร เค้าก็คือคนที่ถ่ายโฆษณา ไทยประกันชีวิต ที่ว่าเล่นเป็นคุณแม่ ตอนที่ลูกสาวท้องอ่ะเจ้าค่ะ)
อ. ก็เลยตกลงว่าจะเอาสมาชิกจากชุมนุมของเค้า มารวมกับชมรมของเรา แล้วเค้าก็จะเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมให้ด้วย
เค้าก็เกริ่นๆมาให้นิดๆว่า ในเดือนสิงหาคมปีนี้ (พ.ศ. 2550) จะจัดละครเวทีที่โรงละคร ร.6 แล้วก็ให้จัดตำแหน่งกัน(เป็นตำแหน่งในชุมนุม Drama)
ก็ได้มา มูล่าจัง-ประธาน
ออม-รองวิชาการ
ยัยมิโด้บัน-รองบริการ
แล้วก็ยังมีรองอีก 2 คน ส่วนข้าน้อยก็อยู่เป็นสมาชิกของรองวิชาการกับออม ^_^
อ๋อ..แล้วน้องคนนั้นอยู่ตำแหน่งอะไรน่ะหรอ (เข้าประชุมช้า เลยโดนคนอื่นแย่งตำแหน่งหมด...กรรม -_-"
แต่เรื่องโครงการนี้ยังเก็บไว้ก่อน ตอนนี้ต้องเอางานวิชาการให้รอด...เอ้า! ฮุย เล ฮุย
แง๊..ทำไงดี จะไม่มีเวลาแล้ว......................................
...................................
.............................
................
...........
.......
....
ในที่สุดก็มีตัวช่วยเหมือนว่าจะดีใจ แต่ตัวช่วยนั้นก็คือเพื่อนอีก 3 คนของน้อง ม.2 คนนั้น นั่นแหละ
เราก็รู้สึกดีว่า...เออ เค้าก็ไม่ได้มีตำแหน่งอะไรนชมรมเลย แต่ก็ยังมาช่วย แถมคิดคอนเซปต์ให้ด้วย
ตอนแรกเค้าบอกว่าจะทำเป็นบ้านผีสิง
ยัยมิโด้กับคุณนายคุจิกิได้ฟังแค่นั้นก็......
"อะ...เอ่อ...จะทำจะ..จะ...จริงๆหรอ ถ้าจะทำ เราว่าน่าจะจุดธูปไหว้ก่อนนะ TTOTT" พูดด้วยความกลัวสุดขีด
แต่เราคิดว่าถ้าทำ แล้วชุดที่สั่งตัดไปล่ะ มันจะเส็ดอยู่แล้วด้วย
(คิดดู ตัดซะสีชมพูหวานแว๋วซะขนาดนั้น จะให้เอาไปเล่นเป็นศพเด็กผู้หญิง แล้วหน้าก็ต้องแต่งเป็นศพด้วย...ใครที่ไหนจะยอม...ฮึ่ม!!!)
สุดท้ายก็เลยเปลี่ยนความคิด มาทำเป็นเขาวงกต (เอาเก้าอี้กับโต๊ะมาทำ) แล้วเวลาเข้าไปเล่นต้องปิดตา
มันไม่ออกแนวน่ากลัวมาก แต่มันเหมือนการแกล้งกันเหมือนตอนรับน้องมากกว่า
อย่างให้เอาเส้นหมี่แบบลวกแล้วมา แล้วก็ให้ยัดใส่ปาก อมเอาไว้ห้ามกลืน แล้วก็เคี้ยวไปเรื่อยๆ =O= จนต้องตอบคำถาม (เกี่ยวกับการแสดง) ให้ได้ ไม่งั้นห้ามกลืน
หรือไม่ก็เอาข้าวต้ม ใส่กล้วย แล้วก็ปรุงด้วย น้ำตาล, น้ำปลา, น้ำส้มสายชู แล้วก็ เกลือ (อ้วก!!! โชคดีที่เราเป็นสต๊าฟ ไม่ต้องกิน)
ก็อะไรประมาณเนี้ย
แล้วเวลาพวกผู้ชายโรงเรียนอื่นมาเล่น ก็แกล้งสารพัดแกล้ง พอออกมาจากเขาวงกต ก็ให้เต้น หรือไม่ก็ร้องเพลง คลานไปที่อื่น
ซึ่งคนอื่นๆอาจจะคิดว่ามันโหดเกินไป เพราะเค้าไม่ใช่เด็กโรงเรียนเรา
แต่งานนี้ก็จบไปได้ด้วย..........(พูดไม่ถูกอ่ะ =-=") อย่าง(โคตร)เละเทะ ก็อย่างว่า ไอ้ตอนทำอ่ะ ทำได้ ง่าย ไม่คิดอะไร แต่ไอ้ตอนเก็บนี่สิ นรกชัดๆ
เล่นทั้งแป้ง ดินวิทยาศาสตร์ แต่ที่น่าหย่ะแหยงที่สุดก็คงจะเป็น ไข่ดิบๆ อ่อก!! คิดแล้วจะอ้วก
เป็น 2 วันที่เละเทะมากๆ T^T
และแล้วสุดท้าย งานนิทรรศการก็จบลงจนได้
-----------------------------------------------------
มาต่อกันที่โครงการที่จะแสดงในโรงละคร ร.6 แน่นอน...เรื่องที่แสดงก็ต้องเป็นเรื่องที่ ร.6 ทรงพระราชนิพนธ์ หรืมไม่ก็เป็นผลงานแปล
ซึ่งพวกเราก็เลือกมา 3 เรื่อง
1. เวนิสวาณิช (รับผิดชอบโดย ฝ่ายวิชาการ)
2. ศกุนตลา (รับผิดชอบโดย ฝ่ายบริการ)
3. วิวาห์พระสมุทร (รับผิดชอบโดย มูล่าจัง)
แล้วก็ทำงานกันมา จนกระทั่ง...
ออมให้ความเห็นว่า เนี่ย ในเมื่อน้องเค้าเป็นประธานชมรม แต่เค้าไม่เห็นจะทำอะไรเลย มันไม่ใช่สิ่งที่ประธานสมควรทำอ่ะอย่างวันนิทรรศการ ก็แทบจะไม่เข้าไปช่วย เอาแต่เล่นกับรุ่นพี่ แล้วก็ไม่รับผิดชอบ
ข้าน้อยก็เห็นว่า มันก็จริงอ่ะ อย่างข้าน้อยต้องเป็นฝ่ายต้อนรับในงานวิชาการ ก็ต้องอยู่หน้าห้องตลอด แล้วทุกคนที่เข้ามา เค้าก็ต้องเป็นคนเซนต์ชื่อในสมุดพาสปอร์ดให้ เพราะว่าน้อง ม.2 เป็นประธานชมรม แต่น้องเค้าก็นั่งเซนต์อยู่แป๊บเดียว แล้วก็บอกกับเราว่า "พี่นารุ มาเซนต์แทนหน่อย" แล้วเค้าก็เดินไปไหนก็ไม่รู้ เราก็เลยต้องมานั่งเซนต์ แทนทีจะต้องไปช่วยออมเค้าผูกผ้าปิดตาผู้ที่มาเล่น =3=
ออมก็เลยทำหนังสือยื่นให้สต๊าฟเซ็นต์ชื่อให้เค้าถอดถอนตำแหน่งออกจากการเป็นประธานชมรม แล้วก็เห็นว่าเค้าเหมาะกับการทำหน้าที่สวัสดิการมากกว่า (เพราะช่วยแต่เรื่องเงินได้เยอะ 555+)
ในคืนนั้น พวกเราก็เลยประชุมสายกัน แล้วก็ตัดสินใจโทรหาน้อง
พอบอกน้องเค้าไปว่าจะถอดถอน เค้าก็เหมือนกับแบบ...ไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก แล้วก็วางไป
ซักพัก...เพื่อนของเค้าก็โทรมาหาเราเป็นการส่วนตัว แล้วก็บอกว่า
ทำไมพี่นารุถึงถอดถอนตำแหน่งล่ะคะ เนี่ย เพื่อนหนูเสียใจมากๆเลย พวกพี่ๆคิดอะไรกัน สวัสดิการมัน.....มันเป็นแค่คนเสิร์ฟน้ำ แล้วพวกพี่จะปลดประธานคนที่เป็นคนก่อตั้งชมรมนี้หรอ หนูก็รู้ว่าหนูเป็นเพื่อนเค้า ไม่มีตำแหน่งอะไรในชมรม แต่พวกหนูรวมทั้ง......ก็มีส่วนร่วมในการคิดกิจกรรมในงานวิชาการด้วย หนูไม่ได้หวังอะไรมาก แต่ที่หนูต้องการมันคือ "ศักดิ์ศรี"
เค้าอ้างไปถึงเรื่องงานนิทรรศการอย่างเดียวเลย...-_-"
เรา...ซึ่งไม่มีความสามารถในการเถียงพอ (ไร้ความสามารถ) จึงไปปรึกษาท่านพี่วาโนะกับมูล่าจัง แล้วก็ตกลงกันว่าจะไปคุยกันให้รู้เรื่องในวันพรุ่งนี้เช้า
พอได้เจอหน้ากัน เค้าก็เถียง ใช้คำพูดเหมือนเดิมที่เคยคุยกับข้าน้อย แต่ท่านแล้วท่านพี่วาโนะก็พูดขึ้นว่า
"ทำไมน้องถึงดูถูกตำแหน่งสวัสดิการอย่างนั้นล่ะ มันก็เป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติเหมือนกันนะ"
(me//นึกในใจ กรี๊ดดด ท่านพี่วาโนะเท่เหลือเกิน เวลาพูดก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น หน้าตาคงเข้ม ผิดไปจากท่านพี่ที่ดูร่าเริง กลายเป็นคนละคน)
นอกเรื่องแล้วเฟ้ย....
สรุปก็คือ พวกน้องไม่ยอมรับตำแหน่งนี้ใช่มั๊ย(เค้าก็เมินหน้าหนี)
เค้าก็บอกประมาณว่า "พวกพี่เล่นพวกกัน ในขณะที่พวกหนูมีกันแค่ 4 คน"
ข้าน้อยก็ไม่เข้าใจว่า ถ้าเค้ามีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่พอ ทำไมเค้าไม่ยอมรับฟังความเห็นของผู้อื่น ซึ่งการออกความเห็นนี้มันเป็นมติ มันเป็นประชาธิปไตย แล้วทำไมไม่คุยกับพวกพี่เอง ทำไมต้องให้เพื่อนพูดให้ แล้วที่บอกว่าน้องเป็นคนตั้งชมรมน่ะ มันไม่ใช่ จำได้มั๊ยว่าตอนแรกพวกเราก็เป็นแค่คนกลุ่มเล็กๆ ที่น้องต้องการจะมาปรึกษาด้วยที่ว่าเรื่องงานแสดงละครเวทีที่ภัทรวดีเตียเตอร์ แต่ความเห็นนี้ก็ถูกยกเลิกไป แล้วผู้ช่วยฝ่ายปกครองก็เป็นคนแนะนำให้ก่อตั้งเป็นชมรมนี้ขึ้น ซึ่งคนที่เป็นคนก่อตั้งชมรมนี้ก็คือ พวกเราทุกคนไม่ใช่หรอ
ยังไงก็แล้วแต่ พวกเราก็เลยบอกอ.มาช่าเรื่องนี้ แล้วก็ได้ทำให้ อ.มาช่า เรียกนัดมาคุยกันทุกคน
แต่วันที่นัด ทุกคนรวมทั้งเพื่อนของเค้ามากันหมด ยกเว้น"เค้า"ที่ยังมาไม่ถึงโรงเรียน
อ.มาช่าก็เลยสรุปว่า ในเมื่อครูเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรม แต่พวกเธอมีเรื่องอะไรแล้วไม่มาปรึกษาอาจารย์ ก็แสดงว่าพวกเธอไม่เห็นครูอยู่ในสายตา เพราะฉะนั้น ครูจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับชมรมนี้อีกต่อไป ครูจะเอาแค่คนใน"ชุมนุม"ของครูอย่างเดียว แล้วต่อไปนี้ ครูก็จะไม่เป็นที่ปรึกษาจของ"ชมรม S.O.S." แล้วด้วย ครูขอลาออก แต่ถ้าใครอยากจะมาทำงานร่วมมือกับครูต่อ ให้มาบอก ในนาม"ส่วนตัว"นะ ไม่ใช่ในนามของ"ชมรม S.O.S."
ซวยแล้วมั๊ยล่ะ =[]="
"แต่ครูก็หวังที่จะเห็นจุดจบของพวกเธอว่าจะเป็นยังไง"
พอได้ยินคำพูดสุดท้ายของอาจารย์ พวกเราก็ไม่พูดอะไร ได้แต่เงียบจนอาจารย์ออกไป เราก็เลยตัดสินใจกันว่า จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม แล้วก็ชมรม S.O.S. จะยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ก็ยังคงทำงานร่วมกับอ.มาช่า แน่นอนว่าในนามส่วนตัว
แต่เค้าคนนั้นก็ยังคงปากแข็งแล้วก็บอกว่า ก็หนูไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่มีหน้าที่อะไรแล้วนี่ เชิญพวกพี่ปรึกษากันตามสบาย
ยังคงก้าวร้าวเหมือนเดิม เฮ้อเหนื่อยกับคนอย่าง *(ติ๊ด) จริงๆเลย
เรื่องมันก็เป็นมาอย่างนี้แหละ จนมาถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำงานร่วมกันต่อไปรอดรึเปล่า แต่ข้าน้อยก็ไม่อยากเก็บมันมาคิดให้เปลืองหัวสมอง เรื่องพวกนี้เจอมาบ่อยมากๆ ทิ้งๆมันไปซะเหอะ (แล้วมานั่งพิมพ์ตั้งนานทำไมฟระ <__< ) เอาเหอะ ยังไงก็ขอบคุณที่ทนอ่านมาจนจบได้นะเจ้าคะ บ๊ายบาย...